เคยมีใครบางคนได้บอกฉันไว้ว่า "อย่าเอาความเจ็บป่วยในชีวิตเป็นข้อจำกัดของตัวเอง" ฉันเข้าใจโดยไม่ต้องใช้ความพยายาม พร้อมกับบอกตัวเองให้รู้สึกอย่างนั้นอยู่ตลอดเวลา แต่แล้วฉันลืมนึกไปว่า แม้ฉันจะไม่ถือเอาความเจ็บป่วยนั้นเป็นข้อจำกัดในการใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับคนอื่นในสังคม แต่คนอื่นล่ะ เขาจำกัดฉันบ้างหรือเปล่า..
 
 
ฉันป่วยเป็นมะเร็ง แต่เป็นมะเร็งที่ไม่ค่อยเหมือนชาวบ้านเขาหรอก เพราะผ่าตัดอลังการเกินไป ฉันมีแผลเป็นรอบคอ แผลที่เกิดจาการที่คุณหมอลงมือกรีดตั้งแต่กกหูข้างซ้ายยาวพาดผ่านไปยังกกหูข้างขวา จากนั้นผ่าลงมาตามแนวยาวจรดร่องไหปลาร้าทั้งสองข้าง เพื่อตัดต่อมน้ำเหลืองออกทั้งหมด ส่วนที่แขนด้านซ้าย แผลเป็นรูปวงรีตรงข้อมือ ตามด้วยการเลาะเอาเส้นเลือดใหญ่ยาวขึ้นมาจรดตรงข้อพับแขน สุดท้าย..แผลเป็นรูปทรงสีเหลี่ยมผืนผ้าขนาด 3x3 นิ้ว บริเวณต้นขาด้านซ้าย 
 
ใครที่ไม่รู้จักฉันมาก่อน ต้องมองด้วยความสงสัย ว่าแผลเป็นนั้นฉันได้แต่ใดมา..
 
มีมะเร็งอีกหลายชนิดที่ผ่าตัดแล้วดูไม่เหมือนคนไข้มะเร็ง ทั้งมดลูก เต้านม หรือแม้แต่มะเร็งในช่องปาก ฉันไม่เลือก แต่ฉันเลือกที่จะเป็นมะเร็งที่ลิ้น มะเร็งที่ทำให้ฉันมีแผลเป็นเต็มตัว มะเร็งที่ทำให้ฉันพูดไม่ชัด มะเร็งที่ภายในช่องปากฉันทำงานได้ไม่เหมือนเดิม เคี้ยวข้าวก็ลำบาก มันคือกรรมที่ฉันต้องชดใช้ไปตลอดชีวิตใช่มั้ย? ถ้าใช่ฉันก็ยอมรับ แต่ถ้าจะให้ฉันทนรับผลพวงอะไรก็ตามที่ตามมาหลังการรักษา ซึ่งหมายถึงการใช้ชีวิตบนโลกใบนี้ บอกตามตรงว่าฉันรับไม่ได้แล้ว ฉันเหนื่อย เหนื่อยเกินไป..
 
ถ้าจะให้ฉันไปสมัครงาน แล้วถูกปฏิเสธเพียงเพราะพูดไม่ชัด
มีแผลเป็นทั่วตัวและเคยป่วยเป็นมะเร็ง บอกตามตรงว่าฉันรับไม่ได้..อีกแล้วนะ
 

 
ฉันไม่รู้จะพูดกับใคร ไม่รู้จะอธิบายให้ใครฟัง ได้แต่นั่งร้องไห้แล้วก็ปลอบใจตัวเองไปลำพัง ฉันเจ็บปวดเพราะคำว่า "มะเร็ง" มามากเกินพอแล้ว มากจนฉันไม่รู้จะพูดยังไงกับตัวเอง บางทีก็นึกสงสัยนะว่า ถ้าเพื่อนที่ฉันรู้จักป่วยเป็นมะเร็งแบบฉัน เขาจะใช้ชีวิตยังไง จะรู้สึกท้อแท้ สิ้นหวัง เศร้าใจในบางคราวเหมือนฉันมั้ย? หรือเขาอาจรู้สึกทุกข์ใจตลอดเวลา รับไม่ได้กับแผลเป็นที่เกิดขึ้น
 
ในวันที่ท้องฟ้าในใจฉันขุ่นมัว ฉันก็มักจะโทษสิ่งนั้น โทษสิ่งนี้ โทษแม้กระทั่งว่าถ้าเป็นเมื่อ 8 ปีที่แล้ว ฉันเลือกเรียนที่ มข. ไม่ไปเลือกเรียนที่จุฬาฯ ชีวิตฉันคงไม่ต้องลงเอยแบบนี้ หมอที่นี่จะไม่ทำกับฉันแบบนี้ เขาจะไม่ปล่อยให้ฉันป่วยแบบนี้ เขาต้องตรวจเจอตั้งแต่ระยะแรกและรีบทำการรักษา เขาไม่มีวันที่จะตรวจไม่เจอ
 
ทั้งที่เคยบอกตัวเองแล้วว่า "ฉันรับได้ทุกอย่างและพร้อมให้อภัย"
 
ถ้าฉันมีเพื่อนที่ป่วยเป็น Ca tongue เหมือนฉันก็คงจะดีนะ ฉันจะได้มีเพื่อนคุย
เวลาที่เกิดความสับสนใจชีวิต เวลาที่เศร้า เวลาที่ท้อใจ..
แต่ฉันคงหาเพื่อนคนนั้นไม่เจอ..เพราะฉันเป็นคนไข้มะเร็งที่ลิ้นที่อายุน้อยที่สุดในประเทศไทย
 
เพื่อนคนนึงเคยทวีตเนื้อเพลงๆนึงให้..บอกว่า
 
"เธอคือดวงตะวันยามเช้า 
เป็นรอยยิ้มที่ทำให้ฉันนั้นชื่นใจ 
เสียงหัวเราะที่แสนสดใส 
เกาะกุมใจของฉันเอาไว้ไม่เคยจาง"
 
ฉันปล่อยให้น้ำตาไหลอยู่อย่างนั้น ทั้งที่พยายามจะมอง แต่กลับมองไม่เห็นอะไร
เพราะม่านน้ำตาได้บดบังแสงแห่งดวงตะวันในใจฉันอยู่..
 
ปลอบตัวเองครั้งที่ร้อย ให้กำลังใจตัวเองครั้งที่พัน ยิ้มให้ตัวเองอีกสักครั้ง
แล้วมันจะผ่านไปนะตะวัน..เช้าวันพรุ่งนี้ ทุกอย่างก็คงจะดีขึ้น..
 

 
ถ้าน้องเบล (B_chan) ได้แวะมาอ่าน Blog พี่ตะวัน Blog นี้แล้ว อย่าเพิ่งคิดว่าพี่เป็นอะไรไปนะ
กำลังใจพี่ยังดีอยู่นะคะ เพียงแค่บางช่วงเวลา พี่อาจเหนื่อยกับชีวิต แต่ไม่เป็นไร
เดี๋ยวก็ดีขึ้น ว่าง ๆ แวะมาเล่าเรื่องคุณลุงที่ป่วยเป็น CA Tongue ให้พี่ฟังบ้างนะ
พี่อยากรู้ว่าคนไข้คนอื่น ๆ เป็นอย่างไรกันบ้าง : )

Comment

Comment:

Tweet

ขอบคุณนะคะ ขอบคุณสำหรับกำลังใจจากทุกคนเลย เราจะผ่านเรื่องร้าย ๆ ไปด้วยกันนะคะ big smile

#4 By Tawan Shine on 2012-10-11 13:13

แวะมาอ่านบล๊อกของคุณค่ะ ฉันเองก็มีเรื่องให้เหนื่อยเหมือนกันในช่วงนี้ได้แต่นอนร้องไห้และปลอบใจตัวเองว่าพยายามเข้านะ ฉันเชื่อค่ะว่าความพยายามของฉันเอาชนะได้ทุกอย่างแต่บางทีมันก็เหนื่อยนะคะ เหนื่อยที่จะพยายามใช้ชีวิตอยู่ บางทีฉันเองก็คิดว่าแค่จะใช้ชีวิตให้ผ่านไปวันนึงมันก็แทบแย่แล้ว แต่ฉันก็จะสู้ต่อไปค่ะ ฉันคิดเสมอค่ะว่าชีวิตของฉันจะสวยงามได้มันก็อยู่ที่ความพยายามของฉันเอง เรามาพยายามด้วยกันนะคะ ถ้าคุณต้องการฉันพร้อมที่จะเป็นเพื่อนรับฟังความทุกข์ของคุณเองค่ะ สู้ต่อไปนะคะ big smile big smile

#3 By Amy Home on 2012-08-30 01:04

ตกใจไปแล้วค่ะพี่ตะัวัน wink
เหนื่อยยังไงก็สู้เค้าค่ะเป็นกำลังใจให้
คนเรามักมีภาพในใจเสมอเวลาเจอคนอื่น บางคนมักมองด้วยภาพที่คิดว่าใช่ในสายตาเราอย่างเดียว แต่ก็ต้องมีค่ะคนที่มองเราด้วยภาพจริงที่เราเป็น ^^
เรื่องคุณลุงพึ่งทราบตอนกลับบ้านเพราะไม่เห็นลุงเค้าพาน้องชิสุมาเดินเล่น ขามามอก็สวนกันแต่ไม่ได้คุยค่ะ เห็นลุงเค้าโบกมืออยู่ไกลๆแต่ที่คอยังปิดผ้าอยู่เลย สัปดาห์นี้ว่าจะไปเยี่ยมแล้วจะเอามาเล่าให้ฟังค่ะ อิอิ

#2 By B_Chan on 2012-08-08 22:38

เข้าใจความรู้สึกมากมายค่ะ มันโดนทุกคำพูดจริงๆ ... ไม่มีใครจะเข้าใจกันได้ดีกว่าคนที่ประสบปัญหาเหมือนๆ กันจริงๆ เป็นกำลังใจให้นะคะ พยายามจะสร้างกำลังใจให้ตัวเองด้วยเหมือนกัน บางครั้งเราก็ทำใจได้ บางครั้งเราก็ทำใจไม่ได้ นอนร้องไห้ก็บ่อยเหมือนกัน เฝ้าแต่ถามว่าตัวเองไปทำอะไรมา เราทำอะไรผิดเหรอ เราไม่เคยทำร้ายใคร ไม่เคยคิดร้ายใคร ดูแลสุขภาพตัวเองเท่าที่ทำได้มาตลอด ทำไมมันต้องเกิดขึ้นกับเราเหรอ ทำไม ทำไม และทำไม

แต่มันก็แค่นั้นเอง...คำถามพวกนั้นไม่มีคำตอบอยู่แล้ว

เราลาออกจากงานเพราะมีปัญหาเรื่องสุขภาพมาได้เกือบครึ่งปีแล้วค่ะ อย่าว่าแต่กลับออกไปหางานทำเลย ออกบ้านยังแทบไม่ได้ออกเลยค่ะ ทุกวันนี้เราก็เหมือนอยู่ไปวันๆ เท่านั้นเอง พยายามจะดูการ์ตูนโน่นนี่เพื่อหนีความจริง ยิ่งว่างเท่าไหร่ก็ยิ่งฟุ้งซ่าน เงินก็ร่อยหรอลงทุกวัน 

เฝ้าคิดเหมือนกันว่ามันจะผ่านไป มันจะผ่านไป ... แต่แล้วมันก็ไม่ยอมผ่านไปซักทีแฮะ (หัวเราะขื่นๆ) บางครั้งก็คิดว่าตัวเองทำใจได้แล้ว พยายามหลอกตัวเองว่าทำใจได้แล้ว .. แต่ก็ต้องน้ำตาไหลเพราะรู้ว่าก็แค่โกหกตัวเองเท่านั้น

เหนื่อย ... เหมือนกันค่ะ แต่ก็ไม่รู้จะทำยังไง

#1 By li • FaAS • il on 2012-08-08 21:31

Code Here.