อ่ อ น แ อ . .

posted on 26 Nov 2012 15:49 by tawanlalla directory Diary
ไม่ยุติธรรมเลยนะ ที่พอมีเรื่องไม่สบายใจแล้วต้องกลับมาที่ blog นี้
ก็เพราะรู้ว่าเธอไม่เคยปฏิเสธที่จะรับฟังปัญหาของฉันนะสิ 
 
วันใดที่ฉันรู้สึกอ่อนแอ วันนั้นจะเป็นที่ฉันรู้สึกเจ็บปวดและทรมานมากที่สุด
ฉันรู้ว่าการที่จะเป็นฉัน เป็นตะวันฉายอย่างทุกวันนี้ มันไม่ง่ายเลย
แต่กระนั้นฉันก็ยังปล่อยให้ อดีต ความทรงจำ จากส่วนลึกของจิตใจ กลับมาทำร้ายตัวเอง
ฉันหมดสภาพแล้วจริง ๆ แต่ความเจ็บปวดในละครั้งไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับว่าฉันปลอบตัวเองได้ดีแค่ไหน..
 

 
3 ปีก่อน (แอบ)ร้องไห้หนักและบ่อยกว่านี้ คำถามเป็นร้อยผุดขึ้นมาในสมอง แต่ฉันจะข้ามคำถามนี้ไป "ทำไมต้องเป็นฉัน ทำไมต้องเลือกฉัน?" แต่จะตั้งคำถามนี้แทน "ทำไมต้องให้ฉันอดทนกับอะไรเยอะแยะมากมากขนาดนี้ด้วย หรือความทรมานมันไม่มีที่จบสิ้น" ฉันยอมแล้ว ยอมแลกแล้วกับทุกอย่าง ใจเริ่มโทษโชคชะตา ใจเริ่มโทษนั่น โทษนี่ ในขณะเดียวกันเราก็จะบอกตัวเองว่า 'ทำไมต้องทำตัวไม่น่ารักด้วย โทษสิ่งนั้นสิ่งนี้แล้วได้อะไร' แต่ก็อดไม่ได้นะที่จะโทษนั่น โทษนี่ และ "โทษคนอื่น"
 
พักหลังๆ คำถามก็ลดน้อยลงนะ แต่บอกตัวเองว่า..ขอร้องไห้หน่อยได้มั้ย? เราไม่ไหวแล้ว แต่เราสัญญานะว่าเราจะไม่บ่น จะไม่ถามอะไรอีกแล้ว แต่นั่งร้องไห้เงียบคนเดียวนะ สักพักก็คงดีขึ้น
 
แล้วแต่ละวันฉันจะปลูกฝังความคิดให้ตัวเอง ถ้าเกิดสิ่งนี้ขึ้นมา ฉันควรรู้สึกและปฏิบัติอย่างไรเพื่อให้ตัวเองรู้สึกเป็นทุกข์น้อยที่สุด สมมติว่ามีเหตุการณ์นั่นนี่เกิดขึ้นกับฉัน กับคนรอบตัวฉัน ฉันจะทำยังไง? เพราะสิ่งที่เริ่มมันไม่ได้จบไปพร้อมกับการรักษา ทุกอย่างยังตามมาหลอกหลอนและมีผลต่อชีวิตในปัจจุบัน ฉันควบคุมมันได้ แต่แค่วันนี้ฉันไม่ไหว ก็เท่านั้นเอง..
 
คำถามล่าสุดที่ฉันถามตัวเองคือ "กลัวตายมั้ย?"
คำตอบคือ "ไม่กลัว เพราะถ้ามีชีวิตอยู่อย่างทรมาน 'ความตาย' คือสิ่งที่ปราณีเราที่สุดแล้ว แต่ฉันกลัวชีวิตหลังความตายมากกว่านะ เพราะฉันไม่รู้ว่าฉันทำกรรมอะไรไว้บ้าง ฉันกลัวที่ต้องชดใช้ และถ้าเลือกได้ ฉันไม่ขอเกิดเป็นคน กรรมเยอะ" และฉันเกลียดการมีความรู้สึกด้วย..ความรู้สึกทุกอย่าง
 
นั่นเป็นเหตุผลทั้งหมดว่าทำไม..ฉันถึงอยากไปพบจิตแพทย์
 

 
โอเค ว่าทุกอย่างมันอยู่ที่ใจ ฉันรู้ แต่ตอนนี้ฉันเริ่มไม่ไหว ฉันก็แค่อยากร้องไห้ แค่ต้องการอ้อมกอดใครสักคนที่พอจะให้ฉันซุกหน้าแล้วปล่อยให้น้ำตามันไหล ก็แค่เท่านั้นเอง.. แต่ไม่ต้องปลอบใจฉันหรอกนะ เพราะฉันไม่เก่งเรื่องการรับฟังคำปลอบประโลม ปลอบยังไงมันก็ไม่เคยบรรเทาสิ่งที่ฉันรู้สึกได้หรอก..แค่นั่งอยู่เงียบๆ รับฟังเสียงสะอื้นฉันก็พอ
 
เกลียดเวลาที่ตัวเองอ่อนแอที่สุด แต่ทำไงได้
แค่กำแพงล้อมหัวใจมีร้อยราว ยังไงก็ซ่อมได้อยู่แล้ว..ไม่นาน
 
บางทีก็ไม่เข้าใจว่าฉันจะคิดไปก่อนทำไม แต่ก็บอกตัวเองนะว่า.. 
'การเผื่อใจ' ไม่ใช่การมองโลกในแง่ร้าย..
 
ปล. ไม่ต้องเป็นห่วงนะ ฉันไม่ได้บ้า คือก็รู้ว่าต้องตกใจ แต่แบบ..มันก็แค่อีกด้านหนึ่งของตัวตนฉัน ฉันไม่ได้หัวเราะ มีความสุขตลอดเวลา ฉันมีช่วงเวลาที่เศร้าใจบ้าง ทุกข์ใจบ้าง ไม่ถือว่าแปลกนะ สิ่งหนึ่งที่ไม่มีใครรู้ (เชื่อว่าพ่อกับแม่ก็ไม่รู้) คือฉันเป็นคนที่คิดมาก มากมาก ตั้งแต่เด็กแล้วล่ะ แต่แม่จะเข้าใจว่าฉันเป็นคนไม่คิดอะไร มีความสุขดีกับชีวิตมะเร็งๆ เฮ้อ..ปล่อยให้เขาคิดไปอย่างนั้นเถิดนะ  

 
ขอบคุณเพื่อนๆ คนใดก็ตามที่จะไปบริจาคเลือดให้เค้านะ
ขอบคุณสำหรับความสุขที่มอบให้นะคะ <3<3
เพราะเราบริจาคเลือดไม่ได้อีกแล้วตลอดชีวิต เศร้ามาก
ตอนที่ฟังเหตุผลก็ น้อยใจนะ แต่ทำอะไรไม่ได้ ทำได้แค่ทำใจค่ะ : )

Comment

Comment:

Tweet

ฉันก็เป็นคนคิดมากเหมือนกัน อมทุกข์อยู่คนเดียวไม่ค่อยจะเล่าเรื่องราวให้ใครฟังเท่าไหร่ ส่วนมากจะเล่าเรื่องไร้สาระมากกว่า ทุกคนเลยมองฉันเป็นคนอารมณ์ดี แต่เปล่าเลยฉันเป็นคนคิดมาดตั้งแต่เด็ก มากถึงมากที่สุด ฉันเลยมีผมขาวเต็มหัวเลย

#8 By Fairy on 2013-09-23 19:25

เป็นกำลังใจให้พี่ตะวันนะคะ
ชูสองนิ้วขยิบตาขวา เก๊กหน้าสวย ๆ ไว้ค่ะ ยิ้มยิ้ม (:

#7 By faithfulsn on 2013-03-17 23:13

ขอบคุณมากๆเลยนะคะน้องเบล ตอนนี้พี่ยิ้มแล้วนะ แอบเขินนะ โตแล้วยังเศร้าอีก :p
ขอบคุณ Mr.P ที่แวะมาเยี่ยมเยียนนะคะ ไม่คิดว่าจะดราม่ามากขนาดนั้นล่ะสิ ใช่มั้ยคะ confused smile

#6 By Tawan Shine on 2012-11-26 23:25

ก็เพราะรู้ว่าเธอไม่เคยปฏิเสธที่จะรับฟังปัญหาของฉันนะสิ
**********
ใช่ครับ บล็อคเป็นอีกทางเลือกนึง ในกรณีที่เราไม่รู้จะไปบอกใคร แต่อยากถ่ายทอดอะไรบางอย่างออกมา

#5 By Mr.P on 2012-11-26 19:54

พี่ตะวันยิ้มได้ก็ดีแล้วค่ะ ^v^

#4 By B_Chan on 2012-11-26 18:39

ก็ว่าทำไมฟ้าตอบทวีตเราแปลก ๆ เพราะฟ้าแอบมาอ่าน blog เราแล้วนี่เอง (ทั้งๆที่นานๆทีอัพนะ ฟ้าน่ะ)

เห็นด้วยกับฟ้าทุกอย่างนะ รู้สึกมั้ยว่าเรามีอะไรบางอย่างคล้ายกัน ทั้งการแสดงออกและความรู้สึก ชอบตอนท้ายที่ฟ้าบอกไว้นะ..
สิ่งเดียวที่สามารถพูดได้คือ...
เศร้าให้เต็มที่ ร้องไห้เท่าที่อยากร้อง
แล้วก็หลุดออกจากโหมดนี้ได้อย่างรวดเร็วกลับมาร่าเริงได้อีกนะคะ

หลังจากที่ฟ้าบอกว่า ไม่กลัวทั้งความตาย ทั้งหลังความตาย ตอนนี้กลัวอย่างเดียว กลัวไม่มีเงินกินข้าวแล้วหิวจนตาย ความหิวมันทรมานนะ..

บางทีการที่เราไม่ต้องการคำปลอบประโลม เพียงเพราะเราอาจอยากได้ยินแนวทางในการมองโลกมุมอื่นนะ มันช่วยเราได้มากกว่า และเรารู้สึกว่าเราได้ในสิ่ง ๆ นั้น ขอบคุณนะฟ้า ตอนนี้ยิ้มแล้ว : )

#3 By Tawan Shine on 2012-11-26 17:08

เข้าใจความรู้สึกเลยค่ะ
เราก็เวลาเศร้า ๆ รู้สึกแย่ ๆ ก็มาระบายกับบล็อคตลอด
อารมณ์ประมาณ อยากมีใครซักคนให้ซกซุบ
แต่ไม่อยากให้ใครมาปลอบนี่คล้าย ๆ กันเลยค่ะ
บางครั้งเราก็รู้สึกว่าคำปลอบโยนมันก็แค่นั้น
มันไม่ได้ช่วยให้เราหาย หรือดีขึ้นมา
และบางครั้งคนปลอบก็พูดไปงั้น ๆ เอง
เค้าไม่ได้เข้าใจความรู้สึกเราจริง ๆ ด้วยซ้ำ

สุขภาพจิตเราก็เป็นไปตามสุขภาพกายค่ะ
ถ้าสุขภาพกายมันแย่ มันเจ็บ มันทรมาน
จะให้มาทำหน้าระรื่นสุขภาพจิตดียังไงไหว

อยากเศร้าก็เศร้าไปเลยค่ะ
ชีวิตพวกเราต้องอดทนมากพอแล้ว
อดทนกับความเจ็บ อดทนกับการมองดูคนอื่น
แล้วอดน้อยใจ อดสงสาร อดเห็นใจตัวเองไม่ได้
ถ้าจะต้องฝืนยิ้มแย้มเฟค ๆ เพื่อความสบายใจของคนอื่นอีก
มันก็คงจะโหดร้ายเกินไปแล้ว

สิ่งเดียวที่สามารถพูดได้คือ...
เศร้าให้เต็มที่ ร้องไห้เท่าที่อยากร้อง
แล้วก็หลุดออกจากโหมดนี้ได้อย่างรวดเร็วกลับมาร่าเริงได้อีกนะคะ big smile

#1 By li • FaAS • il on 2012-11-26 16:34

Code Here.