สิ่งที่ฉันกลัว..

posted on 20 Feb 2014 20:45 by tawanlalla in Cancer directory Diary
เราไม่มีทางรู้ได้เลยว่า ชีวิตกับทางที่เลือกเดินในวันนี้ ส่งผลต่ออนาคตข้างหน้าอย่างไร แล้วกับทางที่ไม่ได้เลือก จะให้ผลเหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร เชื่อว่าหลายคนคงเคยตั้งคำถามนี้
 
ชีวิตมักมีเรื่องราวมากมายให้เราได้ตัดสินใจอยู่เสมอ บางราวเรื่องก็แสนยาก บางเรื่องราวก็แสนง่าย สำหรับฉัน เรื่องที่ต้องตัดสินใจและได้ตัดสินใจไปแล้วคือ "การใช้ชีวิต" อีกครั้ง เมื่ออาทิตย์ก่อนเพื่อนโทรมาบอกให้ไปสมัครงาน ณ ตอนนั้นฉันลังเลใจมาก เพราะวางแผนไว้ว่าไม่เกิน 2 ปีนี้ เขาจะกลับมา และมั่นใจว่าเขาต้องกลับมาแน่นอน (เพราะเขามี timeline ของเขา) ฉันให้เหตุผลเพื่อนไปว่า "น้องชายอยากให้อยู่บ้าน อยากให้ช่วยดูแลพ่อกับแม่" แต่หลังจากเพื่อนฟังน้ำเสียงที่ฉันพูดไป เพื่อนรู้และถามกลับมาว่า "มันมีอะไรมากกว่านั้น พูดมาตรงๆ" "ฉันไม่รู้ว่าฉันจะมีชีวิตอยู่ได้อีกถึงเมื่อไหร่ ฉันกลัวว่าฉันกลับมาป่วย เพราะฉันรู้สึกได้ว่าอวัยวะบางอย่างของฉันเริ่มเสื่อมสภาพ ฉันเจ็บขากรรไกรด้านซ้าย และฉันก็ไม่สามารถเคี้ยวข้าวข้างขวาได้เลย ฉันไม่แน่ใจในอนาคตกับชีวิตที่เหลืออยู่"  จากนั้นฉันขอเวลาเพื่อนเพื่อคิดทบทวนเรื่องนี้อีกหนึ่งคืน รุ่งเช้าฉันโทรไปถามความเห็นแม่เกี่ยวกับเรื่องนี้ ตอนที่บอกแม่ไปว่าเพื่อนให้ไปสมัครงาน แม่พูดคำแรกเลยว่า "ไปสมัครเลย" อย่าถามเหตุผลนะ เพราะฉันฟังเหตุผลที่แม่ให้มา ฉันยังร้องไห้เลย เหมือนแม่รอวันนี้มานาน รอวันที่ลูกมีงานทำ วันที่ลูกดูมีค่าเหมือนคนปกติทั่วไป ในสายตาของคนที่รับเข้าทำงาน เขาไม่ได้มองว่าลูกแม่ป่วย ฉันบอกเพื่อนว่าฉันจะไปสมัครงานนั้น
 

 
หลังจากฟังความเห็นแม่แล้ว ฉันก็คิดได้ว่า ชีวิตที่เหลืออยู่จะใช้อย่างไรให้เกิดประโยชน์สูงสุด ทางที่ให้เลือกมีไม่มาก หากว่าต้องป่วยก็ไม่ได้ตาย ณ ตอนนั้น แต่มีเวลาให้ฉันรักษาตัว คือเวลาที่ฉันได้อยู่กับครอบครัวจริงๆ ได้กลับมาอยู่บ้านกับพ่อแม่ และเพื่อน พอมีเรื่องดีๆเกิดขึ้น ก็อดคิดไม่ได้ว่าจะมีเรื่องร้ายๆเกิดตามมาอีกหรือเปล่า ฉันตกลงไปสมัครงานบริษัทที่เพื่อนทำอยู่และฉันได้งานนั้น
 
วันนี้ฉันพอใจกับทางที่เลือกเดิน แม้ตอนแรกจะรู้สึกกลัวกับทางที่ต้องเลือก (เพราะกลัวว่าก่อนตายจะได้อยู่กับพ่อแม่ไม่นาน) แต่แม่ก็ให้เหตุผลนั้นมาแล้ว และมีความหมายมากพอที่จะทำให้ฉันกลับไป "ใช้ชีวิต" อีกครั้ง สิ้นเดือนนี้ครบรอบ 5 ปีที่ฉันผ่าตัดไป มีบางอย่างที่คล้ายกับเหตุการณ์เดิม วันจันทร์หน้าฉันต้องเริ่มงานแล้ว และไม่รู้ว่ามีอะไรรออยู่ข้างหน้าหรือเปล่า แต่ก่อนที่ฉันจะเดินทางออกจากบ้านเพื่อไปใช้ชีวิต ฉันต้องทำความเข้าใจกับพ่อและแม่ก่อนว่า "วันนี้หนูได้ทำงาน แต่ก็ไม่อยากให้พ่อกับแม่คาดหวังว่าร่างกายหนูจะแข็งแรงและทำงานได้อีกหลายปี แต่อยากให้พ่อกับแม่เผื่อใจไว้ด้วยว่า ไม่ว่าวันไหนๆ เขามีสิทธิ์กลับมาได้ทุกวัน เพราะกลัวพ่อกับแม่จะผิดหวังเป็นครั้งที่สอง" เหมือนตอนครั้งแรกที่ฉันเรียนจบและทำงานได้แค่ 4 เดือน ฉันก็ป่วย สายตาและสีหน้าอันผิดหวังของคนเป็นพ่อแม่ยังฉายชัดอยู่ในความทรงจำของฉัน แล้วชีวิตฉันก็หยุดอยู่แค่นั้น ไม่เคยเป็นความหวังของใครได้อีกเลย
 
 
หลายคนอาจจะมองว่าทำไมฉันเพิ่งจะกล้าออกไปทำงาน ทั้งๆที่ผ่านมาตั้งหลายปีแล้ว เพราะชีวิตฉันไม่ง่ายอย่างนั้นน่ะสิ ฉันพูดไม่ชัด และมีแผลเป็นทั่วตัว คนที่เขาสัมภาษณ์น้อยคนนักที่จะมองว่าฉันเป็นคนปกติ ไม่ป่วย ครั้งหนึ่งคุณเคยเป็นมะเร็ง เขาจะมองว่าคุณเป็นมะเร็งตลอดไป ฉันเลยเลือกที่จะอยู่บ้าน เพียงเพราะไม่อยากให้ใครที่ไม่รู้จักมองว่าฉันป่วย เพราะฉันรับไมได้และมันบั่นทอนกำลังใจฉันมาก เพราะสภาพที่ฉันเป็นอยู่อย่างทุกวันนี้ เพราะมะเร็งเขาเลือกฉัน ไม่ใช่เพราะฉันเลือกเขา
 
ฉันไม่ได้กลัวความตายหรอก เพราะฉันเรียนรู้มามากพอสมควร พ่อแม่ดูมีความสุขมากเมื่อรู้ว่าฉันจะได้กลับไปทำงานอีกครั้ง จนทำให้ฉันรู้สึกกลัว หากว่าฉันกลับมาป่วยอีกครั้ง พ่อกับแม่จะรู้สึกยังไง ก่อนไปคงได้พูดคุยถึงเรื่องความคาดหวังกันอีกสักครั้ง ฉันกลัวความคาดหวังของผู้อื่นที่มีต่อฉัน ลำพังแค่มะเร็งทำร้ายฉัน ฉันไม่แคร์หรอก แต่เขาทำร้ายคนรอบข้างฉันไปด้วยน่ะสิ 
 
สำหรับฉัน..เรื่องราวดีๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิต แม้เป็นเรื่องเล็กน้อย ฉันก็รู้สึกมีความสุขและอิ่มเอมใจไปด้วยทุกครั้ง ยิ่งมีความเกี่ยวข้องกับโรคมะเร็งด้วยแล้ว ฉันก็ยิ่งรู้สึกดีและมองเขาในแง่ดีด้วย เพราะฉันรู้ซึ้งถึงความทุกข์ที่หาสิ่งใดเทียบไม่ได้ ฉันถึงพอใจมีความสุขกับสิ่งเล็กๆน้อยๆในชีวิตประจำวัน และวันนี้หนูก็ต้องขอบคุณพี่นิดอีกครั้ง (คือพี่สาวที่ตั้งกระทู้แม่บ้านเยอรมันในพันทิปนะคะ) สำหรับของขวัญที่จะส่งมาให้หนูนะคะ มะเร็งสร้างมิตรภาพดีๆและเพื่อนใหม่ให้หนูอยู่เสมอ

ขอบคุณเพื่อนเจี๊ยบที่อยู่เคียงข้างฉันตลอด เป็นทั้งเพื่อนเป็นทั้งแม่ ทุกสิ่งที่ทำให้ บอกเลยว่าชาตินี้ฉันไม่มีทางใช้หนี้บุญคุณแกหมด แต่ฉันถามตัวเองแล้วนะว่า ถ้าหากต้องตายแทนแก ฉันยินดี ขอบคุณจริงๆ จากใจ 
 

 
ปล. พิมพ์ไป ร้องไห้ไป เหมือน blog นี้เป็นที่รับฟังความรู้สึกในใจทั้งหมดของเรา (เพราะไม่อยากเล่าให้ใครฟัง ดูจากชีวิตจริงแล้วตะวันไม่น่าจะเป็นคนคิดมากนะ) ขอบคุณที่แวะมาฟังตะวันบ่นนะคะ :D

Comment

Comment:

Tweet

คุณตะวันสู้ๆนะคะ เป็นกำลังใจให้เสมอค่ะbig smile

#9 By puppy on 2014-03-18 15:42

เหมือนตอนครั้งแรกที่ฉันเรียนจบและทำงานได้แค่ 4 เดือน ฉันก็ป่วย สายตาและสีหน้าอันผิดหวังของคนเป็นพ่อแม่ยังฉายชัดอยู่ในความทรงจำของฉัน แล้วชีวิตฉันก็หยุดอยู่แค่นั้น ไม่เคยเป็นความหวังของใครได้อีกเลย
← เป็นประโยคที่อ่านแล้วเข้าใจความรู้สึกมากมายค่ะ...มันจุกอกมาก คล้ายชีวิตเรามากมายแม้ว่าคงไม่ได้เศษเสี้ยวของชีวิตตะวัน

ยินดีด้วยที่ได้งานและ ขอให้มีความสุขกับการทำงานนะคะ ขอโทษด้วยค่ะที่มักจะชอบพูดคำว่าสู้ ๆ บ่อย ๆ ค่ะ (ไม่แน่ใจว่าพูดกับตะวันหรือเปล่า แต่เราชอบพูดคำนี้บ่อยมากค่ะ....)

#8 By li • FaAS • il on 2014-02-28 21:32

@b-chan "ไม่ห้ามให้กลัว เพราะรู้ว่าเราทุกคนมีความกลัว"
พี่รอฟังคำพูดแบบนี้มานานมากเลยรู้มั้ย เวลาที่พี่รู้สึกเหนื่อยหรือท้อแท้ พี่ไม่อยากให้ยินคำว่า "สู้ๆ" แต่พี่อยากได้ยินใครก็ตามที่บอกให้พี่รู้สึกอย่างที่พี่อยากรู้สึก ขอบคุณนะคะน้องสาว big smile

#7 By Tawan Shine on 2014-02-21 19:14

เป็นกำลังใจให้พี่ตะวันนะคะ
ไม่อยากให้พี่ท้อหรือถอย
พี่ตะวันเป็นหนึ่งคนที่ทำให้หนูรู้ว่าเราสามารถลุกขึ้นสู้กันอุปสรรคใหญ่ในชีวิตได้ขนาดไหน.......
ไม่ห้ามให้กลัว เพราะรู้ว่าเราทุกคนมีความกลัว เลยขอเป็นกำลังใจให้เอาชนะความกลัวให้ได้ค่ะ สายตาคนอื่นอาจจะทำให้เราหวั่นไหวแต่หนูเชื่อว่าพี่มีหัวใจที่แข็งแกร่ง
ขอให้พี่ทำงานอย่างมีความสุข ขอให้เจอเพื่อนร่วมงานที่เข้าใจค่ะ ^^v

#6 By B_Chan on 2014-02-21 15:32

เรื่องเล็กๆน้อยๆ ที่ทำไปเพียงเพราะอยากเติมเต็มให้เพื่อนมีความสุขไปด้วยกัน ถ้าฉันสุขแล้วแกทุกข์ใจต้องดิ้นรน ฉันคงไม่สบายใจ เพื่อนต้องเคียงข้างกันเสมอ :))

#5 By (1.1.172.29|1.1.172.29) on 2014-02-20 23:15

เรื่องเล็กๆน้อยๆ ที่ทำไปเพียงเพราะอยากเติมเต็มให้เพื่อนมีความสุขไปด้วยกัน ถ้าฉันสุขแล้วแกทุกข์ใจต้องดิ้นรน ฉันคงไม่สบายใจ เพื่อนต้องเคียงข้างกันเสมอ :))

#4 By (1.1.172.29|1.1.172.29) on 2014-02-20 23:14

ขอบคุณสำหรับกำลังใจค่ะ big smile

#2 By Tawan Shine on 2014-02-20 22:28

สู้ๆ นะ,, เราอ่านเรื่องราวของคุณจนจบ..
คุณเข้มแข็งมากๆ,,
เราขอเป็นหนึ่งกำลังใจ :)),, big smile big smile Hot! Hot!

#1 By ช ม เ พ ลิ น * on 2014-02-20 22:14

Code Here.